ตัวอย่างของการทำบวกอย่างเป็นรูปธรรม
วันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมและเพื่อนๆได้ขับรถท่องเที่ยวไปที่ราชบุรี และได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมหมู่บ้านเจ็ดเสมือน ไปตลาดและแวะไปดูการละเล่นที่เขาจัดขึ้นทุกเสาร์อาทิตย์สิ้นเดือน เห็นแล้วก็ต้องนึกขอบคุณคุณภัทราวดีที่มาช่วยกรุยทางสร้างสรรค์พลังบวกเอาไว้ที่ชุมชนนี้
ที่นี่คือชุมชนเก่าแก่ที่กำลังจะเสื่อมสลายหายไปตามกาลเวลาของโลกยุคปัจจุบันที่ถูกครอบงำโดยสิ่งล่อใจต่างๆของชีวิตตะวันตก สิ่งที่ทางคุณภัทราวดีได้เข้าไปกระตุ้นคือดึงเอาศิลปะและความเป็นอยู่เก่าแก่ของชุมชนให้กลับมามีชีวิตขึ้นอีกครั้ง ตั้งเป็นกลุ่มฟื้นฟูโดยให้คนแก่คนเฒ่าในแถบนั้นและเยวชนได้ร่วมกันสานต่อศิลปะวัฒนธรรมรวมทั้งวิถีชีวิตให้กลับคืนมา แต่สิ่งที่น่าชื่นชมมากๆคือการช่วยกันของคนในชุมชนที่สานต่อแนวคิดนี้และช่วยกันผลักดันให้เป็นรูปธรรม เราก็รู้ดีว่าการเริ่มต้นก็เป็นความกล้าหาญอย่างหนึ่ง แต่ความสามารถจรรโลงให้สิ่งที่ถูกเริ่มต้นได้ถูกสานต่อให้เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องมันต้องใช้พลังแรงและพลังใจขนาดไหน สิ่งที่น่ารักมากๆคือเราได้เห็นกลุ่มเด็กเยาวชนที่มารวมตัวกันตั้งวงดนตรีไทยประยุกต์ หยิบเอาเครื่องดนตรีไทยมาเล่นประยุกต์กับเครื่องดนตรีสากล เช่นฆ้องวง ระนาท กลองใหญ่ กลองเล็ก ผสมกับกีร์ต้าไฟฟ้า แซ็กโซโฟน แตรวง และเล่นเพลงไทยสไตล์ฟองน้ำโชว์ผู้ที่มาเยี่ยมเยียน นอกเหนือจากนั้นยังมีการแสดงของศิลปินพื้นบ้านรุ่นคุณย่าคุณยาย มารำฟ้อน โดยมีขณะระนาทที่เล่นโดยเด็กๆรุ่นหลานคอยบรรเลงให้
ความปิติที่เกิดขึ้นทำให้เรา(ผู้ไปเยือน) เห็นว่าพลังบวกที่เกิดขึ้นในชุมชนนั้นทำให้เด็กรุ่นใหม่หันมาใช้เวลาว่างอย่างเป็นประโยชน์และที่สำคัญสนุกด้วย และคนแก่ที่นี่ต่างมีความสุขที่ได้เข้ามาใช้ชีวิตร่วมกับลูกหลานและเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน แทนที่จะต้องไปนอนหงอยเหงาอยู่โดดเดี่ยวในบ้านคนชรา
พวกเราได้ดูการละเล่นพร้อมกับได้เดินเข้าไปซื้ออาหารและขนมที่ตลาดเจ็ดเสมียนที่ชาวบ้านต่างทำกับข้าวและขนมมาวางขายโชว์ฝีมือสูตรแกง ยำ ขนม พื้นบ้านเก่าแก่ต่างๆ
เราเริ่มต้นการเดินทางอย่างไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่าไปหาที่ทานข้าวอร่อยๆกัน แต่กลับบ้านมาด้วยความอิ่มเอิมและสำราญใจ ขอบคุณชุมชนเจ็ดเสมียนที่ทำให้เราอิ่มทั้งท้องอิ่มทั้งใจครับ






May 31, 2010 at 1:54 AM
จากประสบการณ์ที่พี่แชร์มาให้ ทำให้ไอ๋นึกถึงงานอีกเรื่องหนึ่ง คือการสื่อสารกับกลุ่มเยาวชน หลายคนที่เคยผ่านประสบการณ์ที่โชกโชนช่วงวัยรุ่นมา บอกไอ๋เสมอๆว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้เยาวชนไม่หันไปติดสิ่งเสพติด หรือหันไปสู่กิจกรรมที่ไม่ดี คือ ต้องดึงให้เค้ามาทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ต่างๆ ทั้งการเล่นดนตรี กีฬา หรือกิจกรรมอาสาต่างๆ บอกตามตรงเลยคะพี่่ว่าคิดไม่ออกจริงๆว่าควรเริ่มต้นจากตรงไหน จะเริ่มจากกิจกรรมเล็กๆ ก็กังวลว่า จะเล็กไปมั้ย คิดอยากให้ได้ผลเร็วๆถึงวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ ก็นึกอะไรไม่ออกเอาซะเลย เคยพยายามทำ focus group ดูแล้วยิ่ง งง คะ ยุคสมัยเปลี่ยนไปเร็วเหลือเกิน หลายเหตุผลที่มาของความคิดเด็กวัยรุ่น ทำไอ๋สับสนยิ่งไปกว่าเดิมอีกคะ (เป็นเรื่องค้างคาใจอย่างมากเลยคะ ทำให้งาน สสส. แทบจะไม่ค่อยมีสื่อสารถึงวัยรุ่นเลย เพราะไอ๋คิดไม่ออกคะ น่าเสียดายจริงๆที่ไอ๋ความสามารถน้อยเกินไป) มีข้อคิดเห็นใดๆต่อเรื่องนี้ อยากฟังนะคะพี่ ขอบคุณคะ
May 31, 2010 at 9:06 AM
wonderful…….
May 31, 2010 at 9:09 AM
ขอบคุณที่คุณภาณุเอาภาพกลับมาให้ชมพร้อมคำบรรยายที่อบอุ่น เพราะตั้งใจว่าจะย้ายครอบครัวไปอยู่บ้านนอก ทำกิจการที่เกี่ยวข้องกับชุมชนโดยใช้วิถีธรรมชาติ ทำให้เิกิดไอเดียในการใช้ชีวิตให้เกิดประโยชน์กับลูกและชาวโลกค่ะ
June 3, 2010 at 4:28 AM
That’s very nice! My sister and her family live in Jom-Bung, Rachaburi. She will like this kind of culture. I’ll definitely tell her to check it out. It’s nice to see the villagers stay the way they were and what they can do best.
June 28, 2010 at 1:05 PM
พี่บา…สื่อสารเรื่องพลังบวกเป็นภาษาพื้นบ้านนะ
ผู้เฒ่าผู้แก่ เป็นผู้เล่า คนรุ่นหลังเล่าต่อไปจนรุ่นลูกรุ่นหลาน….
เรื่องน่ารักแบบบ้านๆที่ชาวเมืองมองไม่เห็น